[EWAW] ส่งสาวดัตช์

posted on 23 Jun 2013 14:55 by odorutoya5927
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม...
 
 photo bana4_zps4f65756e.jpg
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 Lisse
 
  photo Coat_of_arms_of_Lissesvg_zps84140d61.png
 
 
 photo 450px-Flag_of_Lissesvg_zps46456eda.png
 
 

"ถ้ากุหลาบคือ ราชินีแห่งดอกไม้ ทิวลิปคงไม่ต่างอะไรกับ ราชินีแห่งดอกไม้ของชาวเนเธอร์แลนด์

 

     ถ้าคาร์เนชั่นยอมเปรียบตัวเองเป็นชายผู้ต่ำต้อย ทิวลิปคงแทนหญิงสาวผู้สูงศักดิ์

 

     ทิวลิป เป็นดอกไม้ที่ชาวยุโรป ไม่ว่าจะเป็นคนอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน หรือเนเธอร์แลนด์ชื่นชม

ทิวลิปเป็นดอกไม้ที่มีการเดินทางอันยาวนาน ไม่เพียงแต่ทิวลิปจะเป็นดอกไม้ที่สวย...

 

     แต่ทิวลิปยังเป็น อะไรได้อีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่จะเป็นความหมายของความสวยงาม ถ้าความหมายและความงดงามของมันมีมากมายขนาดนี้แล้ว...

 ในแจกันข้างตัวคุณ... มีดอกทิวลิปปัก ไว้ในนั้นบ้างหรือเปล่า...?"

 


 photo 54654565465_zps25ca1146.jpg 

ชื่อเมือง/รัฐ : ลิซเซ่ (Lisse)

ประเทศ : เนเธอร์แลนด์

ทวีป : ยุโรป

ชื่อมนุษย์ : เอลิเซ่ แอล ฟอน นอร์เบิร์ท (Elise L. van Norbert)

อายุ : 16

เพศ : หญิง

สีผม : น้ำตาลทองหม่นเทาสว่าง (พี่คูบอกมา  #... )

สีตา : ฮาเซล (ออกโทนเขียวอ่อนๆอมเทา)

ส่วนสูง :  172 cm

น้ำหนัก : 62  kg

ภาษา : ภาษาอังกฤษ ,มีภาษาทางการเป็น ภาษาดัตช์

แผนการเรียน : ศิลป์

ลักษณะเมือง :

เมืองลิซเซ่ เป็นเมืองที่อยู่ในจังหวัดเซาท์ฮอลแลนด์ ภาคตะวันตกของเนเธอร์แลนด์ เมืองมีพื้นที่ 16.11 ตารางกิโลเมตร อีก0.41 ตารางกิโลเมตรเป็นพื้นที่ของน้ำ มีประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองประมาณ 21,980 คน ลิซเซ่เป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของเนเธอร์แลนด์ ลิซเซ่อยู่ห่างจากอัมสเตอร์ดัมเพียง 29 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟและรถส่วนตัวหรือแม้แต่จักรยานก็สามารถปั่นไปตามถนนเล็กๆผ่านแปลงปลูกทิวลิปและดอกไม้ชนิดอื่นๆ

ประวัติศาสตร์:

อ้างอิงจากเอกสารในปี1198ได้มีการกล่าวถึงลิซเซ่อย่างเป็นทางการ เมืองลิซเซ่ได้ฉลองครบรอบ 800 ปีในปี1998 แม้จะมีข้อบ่งชี้ว่ามีการตั้งถิ่นฐานมาก่อนหน้านั้นแล้วในศตวรรษที่ 10

ยุคกลาง ในปี1800 ลิซเซ่กลายเป็นเมืองเล็กๆที่มีบ้านเพียง 50 หลังเท่านั้น เพราะWars of Charles และสงครามแปดปี ความยากจนที่แพร่หลายในขณะนั้น ทำให้ประชาชนต้องเอาชีวิตรอดด้วยการเก็บถ่านหิน

ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ลิซเซ่มีลักษณะคล้าย Hillegom  มีบ้านและที่ดินมากมายของพ่อค้าผู้มั่งคั่งและสังคมชั้นสูง ทั้งป่าไม้และสวน Keukenhof, Meerenburg, Wildlust, Zandvliet, Overduin และ Akervoorde  ,Wassergeest, Grotenhof, Ter Specke, Dubbelhoven, Rosendaal, Veenenburg en Berkhout, Middelburg, Ter Beek และที่ดิน Uytermeer ทั้งหมดนี้ได้เพิ่มความงามและความรุ่งโรจน์ของเมือง

แต่ในศตวรรษต่อจากนี้ ทุกอย่างของที่ดินเหล่านี้ (ยกเว้น Keukenhof) จะถูกลบออกเพื่อหลีกทางให้การเพาะปลูกของดอกไม้บัลบ์(bulb flowers :เป็นดอกไม้ที่มีหัวเป็นส่วนของพืชที่มีการสะสมอาหารไว้ในส่วนของกาบใบหรือโคนก้านใบ (scale) มีลักษณะอวบน้ำ เรียงตัวอย่างหนาแน่นบนส่วนของลำต้นที่ถูกอัดย่อ ให้มีขนาดสั้นของแกนลำต้นที่เรียกว่า basal plate มีจุดเจริญที่อยู่บริเวณ ปลายยอดเจริญเป็นใบหรือดอก และเกิดเป็นหัวบัลบ์เล็กๆ จากตาข้างแทรกอยู่ ตามซอกใบ เรียกว่า bulblets หัวบัลบ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้น อยู่บริเวณส่วนที่อยู่ใต้ดินเรียกว่า stem bulblets แต่ถ้ามีการสร้างขึ้นอยู่ บริเวณส่วนที่อยู่เหนือดินเรียกว่า bulbils หัวเล็กๆ เหล่านี้เมื่อมีการเจริญ เติบโตและออกดอกในฤดูต่อไปได้ เรียกว่า offsets : http://web.agri.cmu.ac.th/hort/course/359301/pprop/10.bulb/bulbs.html)

ดินปนทรายในสภาพแวดล้อมที่ลิซเซ่ที่มีความเหมาะสมอย่างมากสำหรับการเจริญเติบโต มีดินที่อุดมสมบูรณ์ เนินทรายที่ใกล้เคียงถูกขุดขึ้นและป่าไม้มีจำนวนลดลง เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อมีที่ดินมากขึ้นสำหรับธุรกิจดอกไม้ มีการจ้างงานและนำความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นในบริเวณนี้

ศูนย์กลางการปลูกดอกไม้

ในศตวรรษที่ 20 ธุรกิจดอกไม้บัลบ์ยังคงเจริญและ ส่งผลให้มีการการจัดตั้งการประมูลและการซื้อขายบ้าน กลุ่มผู้เพาะปลูกขนาดใหญ่และสหกรณ์  วันนี้ ลิซเซ่ บัลบ์ฟาวเวอร์ ได้มีการส่งออกในปริมาณมาก ถึงกว่าร้อยประเทศทั่วโลก

ที่ตั้งอันอยู่ยังศูนย์กลางของ " ดินแดนแห่งเนินทรายและบัสบ์ " (Duin-en Bollenstreek) ภูมิภาคดอกไม้อันเติบโตแห่งฮอลแลนด์ ลิซเซ่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสำคัญอีกเช่นกัน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อฟิลด์รอบลิซเซ่มีดอกไม้บานหลากสีสันนับร้อยนับพัน นักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศต่างเข้าเยี่ยมชมพื้นที่อย่างคับคั่ง เฉพาะที่ดินที่เหลือซึ่งไม่ได้หายไปการเพาะปลูกดอกไม้เคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ได้กลายเป็นสถานที่มีชื่อเสียงสำหรับการจัดแสดงดอกไม้ของโลก

 

นิสัย :

- ดูจะเงียบๆ แต่ถ้าชวนคุยก็คุยได้ตลอด

- เอาจริงๆแล้วเป็นคนอารมณ์ดีแต่หน้าตาย (... #ไม่ใช่สิ)

- เป็นมนุษย์ปล่อยมุกหน้าตาย ...

- เป็นคนพูดตรง... แบบ ...ไม้บรรทัด

- จริงๆเป็นผู้หญิงที่อาร์ตมากนะขอบอก (...)

- คลั่งทิวลิป และโปรดปรานดอกไม้มากกกกก

- รักการปลูกดอกไม้ ทำสวน อะไรที่เกี่ยวกะสวน ทำหมด...

- แต่ถึงจะรักทิวลิปมากยังไงก็ไม่ทิ้งครอบครัวหรอกนะ

- ค่อนข้างจะขี้เหนียว แต่เกลือไม่เกาะหรอกนาย สบายใจได้ (...)

- สนิทกับไลเดิน แล้วก็เฮกค่อนข้างมาก คุณพ่อด้วย

.

.

.

.

- เป็นคนสวย (......................) #ไม่ #ข้อนี้ไม่ใช่

- คนหล่อตะหาก #ไม่....

 

อื่นๆ:

การท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมมากที่สุดในลิซเซ่คือเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) เปิดเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อดอกทิวลิปมีการออกดอกบานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่ดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่เรียกว่า Bloemencorso Bollenstreek แต่ละที่จะจัดขึ้นผ่านถนนสายหลักของลิซเซ่

สวนดอกไม้ เคอเคนฮอฟ

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในเรื่องของดอกไม้ โดยเฉพาะดอกทิปลิปที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ไปแล้ว ถ้าต้องการชมดอกทิวลิปนับร้อยสายพันธ์ และดอกไม้นานาชนิดในพื้นที่เดียวกัน ทุกคนที่มาประเทศนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาดกับการมาเยี่ยมชม สวนสวย เคอร์เคนฮอฟ นอกจากความสวยงามของดอกไม้ที่จัดปลูกไว้อย่างปรานีตและมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละปี ประวัติการกำเนิดของสวนสวยนี้ยังน่าสนใจไม่แพ้กันเลย

 ในปี 1949 นายกเทศมนตรีของลิสเซอ Mr. W.J.Hlambooy และ 10 ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเพาะปลูกพืชหัว ได้มีความคิดที่จะจัดนิทรรศการดอกไม้กลางแจ้งประจำปี ( Permanent annual open-air flower exhibition ) ทุกคนต่างเล็งเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เคอร์เคนฮอฟ เป็นพื้นที่ ที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการดอกไม้

 เคอร์เคนฮอฟ เมื่อเมื่อก่อนนั้นไม่ได้เป็นสวนดอกไม้สวยงามเหมือนในดังทุกวันนี้ ในทศวรรษที่ 15 พื้นที่ 32 เอเคอร์ ของสวนในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงมหึมาของ Slot Teylingen ผู้ครองปราสาท ในช่วงปี 1410 – 1436 ภรรยาท่านเค้าท์ ของ ฮอลแลนด์ Jacoba van Beieren เธอใช้พื้นที่บางส่วนของที่ดินเพื่อใช้ทำสวนผักและสวนสมุนไพรในครัวเรือน ทุกๆวัน ภรรยาของท่านเค้าท์จะเก็บผักสดและพืชสมุนไพรเพื่อนำไปประกอบอาหารที่ครัวของเธอ พื้นที่นั้นก็คือ เคอเคนฮอฟ ในปัจจุบัน ซึ่งความหมายของ เคอเคนฮอฟ ก็คือสวนครัว

 ในปี 1840 มีการเฉลิมฉลองสวนและการปรับแต่งภูมิทัศน์ที่ทำโดยนักสถาปนิก Zocher และบุตรชายที่ได้รับหมอบหมายให้ทำการพัฒนาสวนแห่งนี้ นักสถาปนิกทั้งสองยังคงมีผลงานการออกแบบสวน Vondelpark ในอัมเตอร์ดัมอีกด้วย ซึ่งเขาได้นำแนวความคิดจาก Vondelpark มาออกแบบสวนที่ เคอเคนฮอฟ ลักษณะการจัดสวนของที่นี่ จะเน้นความหลากหลายและแตกต่างของรูปแบบการจัดสวน ซึ่งได้ แนวคิดมาจากการจัดสวนแบบอังกฤษ ที่มีทั้งสวนธรรมชาติ ไม้ยืนต้นและไม้พุ่มเล็กๆ อ่างทดน้ำ ที่ผสมผสานกับความงดงามกับดอกทิวลิป และพืชไม้หัว ( ดอกไม้ ) หลากพันธ์ หลากสีสัน ปัจจุบันสวนแห่งนี้มีพื้นที่จัดแสดงถึง 32 เอเคอร์

 นอกจากสวนดอกไม้ที่เลื่องชื่อแล้ว ภายในสวนสวยยังถูกตกแต่งด้วยรูปหล่อทองเหลือง โดยยี่สิบศิลปินที่มีชื่อเสียงที่นำมาจัดแสดงโดย Smelik & Stokking Calleris รูปหล่อโลหะส่วนใหญ่เป็นของช่างหล่อรูปชาวเบลเยี่ยม Odile Kinart ซึ่งทำให้เกิดความซึมซับรู้สึกถึงความสงบ ไร้เดียงสา รู้สึกถึงบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิ ในปีแรกมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม 236,0008 คน นับว่าเป็นหลักฐานที่เพียงพอที่นายกเทศมนตรีและนักเพาะปลูกพืชหัวทั้งหลายที่ตัดสินใจถูกต้องที่เลือกสถานที่นี้เป็น พื้นที่จัดแสดง และในหลายปีต่อมา มีสวนนี้มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเยี่ยมชมมากถึง 600,00 ถึง 700,00 คนต่อปี และสูงสุดถึง 900,00 คนต่อปีทีเดียว

เคอร์เคนฮอฟ ในวันนี้มีการเพิ่มจำนวนบริษัท ที่ทำการเพาะปลูกดอกไม้จากอดีตถึงปัจจุบัน เพิ่มจาก 10 แต่เริ่มแรกจนมากกว่า 90 บริษัทในปัจจุบัน แต่เอกลักษณ์ของสวนยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ทุกๆปีการจัดแสดงจะต้องสวยที่สุดและรวบรวมดอกไม้ที่มากที่สุดใน เนเธอร์แลนด์ เคอร์เคนออฟ กลายเป็นแหล่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากที่สุดในประเทศให้มาเยี่ยมชม และเป็นหนึ่งของโลกที่เป็นสถานที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุด

 สวนแห่งนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่มาเที่ยวกันได้ เด็กๆจะสนุกสนานกับเครื่องเล่นต่างๆที่จัดไว้ มีศูนย์บริการอาหารเครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้าที่ระลึกติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน

 ในเดือนสิงหาคมมี เทศกาลแฟนตาซีCastlefest จัดขึ้นในสวนของปราสาทเคอเคนฮอฟ

ดอกทิวลิป เป็นดอกไม้เก่าแก่อีกชนิดหนึ่ง ที่ชาวเติร์กและชาวเปอร์เซียเคยปลูกมาแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันประเทศเนเธอร์แลนด์มีการปลูกทิวลิปเป็นอุตสาหกรรม ทิวลิปถูกนำมาสู่เนเธอร์แลนด์ในราวปี ค.ศ. 1593 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และการปลูกทิวลิปจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของชาวเนเธอร์แลนด์ และเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ มาจนทุกวันนี้ ทิวลิปมีการปลูกในเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่ราวๆ ค.ศ. 1600 จนในปัจจุบัน เกือบครึ่งของพื้นที่ปลูกไม้หัว ทั้งประเทศ 47,150 เอเคอร์ หรือราว 23,412 เอเคอร์ใช้เป็นพื้นที่ปลูกทิวลิป นอกนั้นก็เป็นพวกลิลลี่ แกลดิโอรัส นาซิสซัส และไฮยาซินธ์ ตามลำดับ

ช่วงที่ทิวลิปจะสวยที่สุด จะอยู่ระหว่างวันที่ 8 เมษายน ไปจนถึง 20 เมษายน อย่างไรก็ตามก็ยังมีทิวลิป ให้ชื่นชมกันตลอด แต่อาจจะโทรมไปบ้าง จนถึงประมาณปลายเดือนพฤษภาคม

 ทุกๆ ปี ในเนเธอร์แลนด์มีการปลูกทิวลิปกว่า 3 พันล้านต้น ประมาณ 2 พันล้านต้นถูกส่งออก ที่เหลือกว่าพันล้านต้น ถูกประดับประดาอยู่ในเนเธอร์แลนด์ อเมริกาเป็นประเทศที่นำเข้าทิวลิปมากที่สุด รองลงไปเป็นญี่ปุ่น และเยอรมนี โดยธรรมชาติ ทิวลิปเป็นไม้ที่เติบโตบนเขาสูง มีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะช่วยปกป้องหัวของมันจากอากาศที่หนาวจัด รวมทั้งสะสมอาหาร และผลิดอกในฤดูใบไม้ผลิ ผิวด้านในของทิวลิปที่ขึ้นอยู่บนเขาสูง จะมีขนอ่อนๆ เพื่อปกป้องอากาศหนาว ทิวลิปพวกนี้เรียกว่า“Wooly Tulip” ด้วยเหตุที่ชาวดัตช์มีชื่อเสียงในการปลูกทิวลิปก็ด้วยเหตุที่สามารถปลูกทิวลิปขึ้นในที่ราบลุ่มต่ำกว่าระดับน้ำทะเล รวมทั้งสามารถทนกับฤดูหนาว ที่ชื้นแฉะได้ เพราะที่จริงแล้วไม่ใช่ภูมิอากาศที่ทิวลิปชอบ

ทิวลิป เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว รูปใบเล็กเรียวยาว ปลายใบแหลม เส้นแขนงใบจะเป็นแนวขนานไปตามความยาวของใบ และเรียวลู่ไปรวมกันที่บริเวณปลายใบ ใบแต่ละใบจะออกสลับทิศทางตรงข้ามกัน ต้นหนึ่งๆ จะออกใบประมาณ 3-4 ใบโดยปรกติทิวลิปจะมีขนาดสูงระหว่าง 12-18 นิ้ว ซึ่งก็ต้องแล้วแต่พันธุ์และชนิดของทิวลิปแต่ละอย่าง ดอกของทิวลิปก็เช่นเดียวกัน มีหลายแบบ หลายสี และหลายขนาด แต่โดยปรกติดอกทิวลิปจะเป็นดอกไม้รูปถ้วยยามบานไม่บานแฉ่งแต่จะบานเพียงแค่แย้มๆกลีบออกให้รู้ว่าเป็นดอกทิวลิปที่บานแล้วแต่อย่างบายแฉ่งก็มีบ้างเหมือนกันเช่นพวกดอกทิวลิปซ้อน

ในนามแห่งดอกไม้ที่ชื่อ ทิวลิป คงจะไม่มีใครปฎิเสธความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ได้อย่างแน่นอน ทิวลิปเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แต่ธรรมชาติก็ได้รังสรรค์ความงามให้กับมัน เพื่อเป็นการชดเชย ธรรมชาติรักษาความสมดุลของทุกสิ่งบนโลกใบนี้เสมอ เมื่อสร้างทิวลิปสีแดง ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึง “การประกาศความรัก” ก็มิได้หลงลืมที่จะสร้างทิวลิปสีเหลืองขึ้นมา เพื่อแสดงถึง “ความรักที่สิ้นหวัง”

 

สถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจคือพิพิธภัณฑ์:

-Huys Dever  หอปราสาทอันถูกเรียกคืนจากศตวรรษที่ 14

-ปราสาทเคอเคนฮอฟ (Castle Keukenhof) เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเคอเคนฮอฟ แต่เปิดตลอดทั้งปี

- พิพิธภัณฑ์ De Zwarte Tulp(พิพิธภัณฑ์ทิวลิปดำ) จัดแสดงประวัติศาสตร์ของชาวดัตช์เกี่ยวกับพื้นที่ปลูกดอกไม้ประเภทบัสบ์ (ทิวลิป ไฮยาซีนต์ เป็นต้น )

กีฬา

ลิซเซ่เป็นบ้านLisseFC  ทีมฟุตบอลที่กำลังเล่นใน Zaterdag Topklasse เมื่อ 3 พฤษภาคม 2008 ลิซเซ่เอฟซี กลายเป็นแชมป์ของฤดูกาล 2007/2008 ใน Hoofdklasse A.

 

credit:  http://en.wikipedia.org/wiki/Lisse

http://www.travel.thaiza.com/เที่ยวฮอลแลนด์-ย่ำสวนเคอเคนฮอฟ/170757/

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=moving-moon&group=3&page=3

 แล้วก็พี่คูกะที่ช่วยแปลประวัติและเพิ่มเติมข้อมูลให้นะคะ จุ๊บุววว

 

รูป 93*108 

http://i1039.photobucket.com/albums/a472/odorutoya5927/54654565465108_zps222c5b8f.jpg 

Comment

Comment:

Tweet

โฮ ลิซเซ่สวยมากกกก สวยเหมือนทิวลิปเลยค่ะ(?)

#1 By Noel on 2013-09-28 16:22